ประวัติการจัดสวน
สวนโรมัน

ในยุครุ่งเรืองชาวโรมันพัฒนางานศิลปะและวิทยาการต่างๆไปมาก รวมถึงความรู้ทางพฤกษศาสตร์ การก่อสร้างและการชลประทานซึ่งมีผลเป็นอย่างมากต่อพัฒนาการของสวน เราแบ่งสวนโรมันได้เป็นสองแบบใหญ่ๆ คือสวนในเมือง และสวนนอกเมือง สำหรับสวนในเมือง มีหลักฐานที่ชัดเจนจากการขุดค้นเมืองปอมเปอิ (Pompeii) ซึ่งถูกภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius) ถมทับไว้ พบว่าบ้านจะปิดล้อมด้วยกำแพง มีการเปิดหน้าต่างออกสู่ถนนน้อยมาก เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวภายใน ในบ้านจะมีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับสวน โดยมีทางเดินซึ่งมีแนวเสาขึ้นมารับหลังคาล้อมรอบ เรียกสวนลักษณะนี้ว่า “เพอริสไตล์” (Peristyle garden) พื้นที่สวนจึงกลายเป็นส่วนที่ช่วยเปิดให้แสงสว่างเข้ามาถึงภายในอาคาร และช่วยในเรื่องการถ่ายเทอากาศ สวนถูกจัดในลักษณะเป็นทางการ (Formal garden) คือมีแนวแกนสมมาตรแบ่งพื้นที่สวนออกเป็นสองส่วนเท่าๆกัน มักจะมีบ่อน้ำรูปทรงเรขาคณิตและรูปปั้นวางประดับ รวมถึงไม้ตัดแต่ง (Topiary) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสวนโรมัน ลักษณะที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการวาดภาพสวนหรือทิวทัศน์ไว้บนผนังด้านในสุดของสวนเพื่อลวงตาให้สวนดูกว้างกว่าที่เป็นจริง


 

เมื่อในเมืองมีความแออัดมาก และเกิดโรคระบาดเป็นประจำ กลุ่มชนชั้นสูงจึงนิยมออกไปสร้างบ้านพักตากอากาศนอกเมืองหรือที่เรียกว่า “วิลล่า” (Villa) วิลล่ายุคแรกๆเน้นการออกไปใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์มหรือแปลงเกษตร ต่อมารูปแบบค่อยๆพัฒนา โดยเพิ่มเติมความสะดวกสบายอย่างชีวิตคนเมืองเข้าไปมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความหรูหรา สวยงามเพื่อให้วิลล่าเป็นหน้าเป็นตาแสดงฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ ที่ตั้งของวิลล่าจะอยู่ไม่ไกลจากเมืองสามารถเดินทางได้สะดวก มีทิวทัศน์สวยงามเพื่อช่วยในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยอ่อนและตึงเครียด รวมทั้งช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ สวนในวิลล่ายังคงความเป็นทางการซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสวนโรมันไว้ องค์ประกอบต่างๆเน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตแสดงถึงอำนาจของมนุษย์ในการควบคุมสภาพแวดล้อม มีการประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิดซึ่งรวมถึงไม้ดอกหอม และไม้จากต่างแดน งานประติมากรรมต่างๆและไม้ตัดแต่งก็ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่หายไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าวิลล่าจะตั้งอยู่ในสถานที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม แต่วิลล่าหลายแห่งก็ยังคงสร้างสวนที่มีอาคารล้อมรอบแบบสวนในเมือง วิลล่าของจักรพรรดิเฮเดรียน (Hadrain) ในเมืองทิโวลี (Tivoli) แสดงให้เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่เป็นอย่างมาก สวนจะมีแนวแกนย่อยๆหลายแนวไม่เกี่ยวข้องกัน มีการตกแต่งด้วยงานศิลปะและพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงของสะสมที่ได้มาจากดินแดนอื่นๆ แสดงถึงอำนาจของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ใช้งานประติมากรรมร่วมกับน้ำในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำพุ คลอง สระน้ำ ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหรูหราและบรรยากาศพิเศษยิ่งใหญ่เหนือกว่าสวนอื่นๆ

.................................................

เนื้อหาโดย อ.ธนาศรี สัมพันธารักษ์



 

ประวัติการจัดสวน
- ประวัติการจัดสวนและรูปแบบสวน
- สวนยุคอารยธรรมโบราณ : (The Garden of Antiquity and The Legacy)
- สวนอียิปต์
- สวนโรมัน
- สวนเปอร์เซียและสวนอิสลาม
- สวนมัวริชสเปน (The Moorish Garden of Spain) คริสต์ศตวรรษที่ 8 - 14 : เมื่อตะวันตกพบตะวันออก
- สวนยุโรปยุคกลาง (The Medieval Garden) คริสต์ศตวรรษที่ 3 - 15 : ยุคแห่งการซ่อนเร้น
- สวนอิตาลี เรเนสซองส์ (The Garden Renaissance Italy) คริสต์ศตวรรษที่ 16 : การเกิดใหม่ของศิลปะในสวน
- สวนฝรั่งเศส บาโรค คริสต์ศตวรรษที่ 17 (The Baroque French Garden) : ความยิ่งใหญ่แห่งจินตนาการเหนือธรรมชาติ
- สวนอังกฤษ (The English Landscape Garden) สวน ภาพเขียน และพืชพรรณ
ดูทั้งหมด

Copyright by gardenthaidesign.com
Engine by MAKEWEBEASY